It’s all about user experience.
จากที่เคยเขียนไว้เมื่อชาติปางก่อน แข่งออกแบบ Home Tab ของ Firefox 4.0 ตอนนี้ได้ผู้เข้ารอบ 10 คน และเปิดให้โหวตแล้วครับ
วิธีการนำเสนอเป็นวิดีโอ ผมยังดูไม่หมด แต่ก็มีบางอันซ้ำๆ ซากๆ กับเบราว์เซอร์ที่มีในปัจจุบันบ้าง ที่ดูแล้วคิดว่าพอแปลกใหม่หน่อย มีดังนี้
ดูวิดีโอทั้งหมด + ร่วมโหวตได้ที่ Mozilla Labs Design Contest
ใน Firefox 4 จะปรับเปลี่ยน UI จากเดิมพอสมควร เปลี่ยนปุ่ม Home มาเป็น tab และในหน้านั้นก็จะใช้เป็นหน้าเริ่มต้น (ลักษณะเดียวกับ Chrome หรือ Opera)
ทาง Mozilla Labs เลยจัดประกวดการออกแบบ Home Tab ของ Firefox 4.0 ว่าควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร แถวนี้ใครมันส์มือก็ไปประกวดกันได้ครับ
เป็นการปรับปรุงเล็กๆ ของ OpenOffice แต่น่าจะเป็นประโยชน์ นั่นคือ Find Bar หรือ Find Toolbar ที่ริเริ่มโดย Firefox แล้วเป็นที่นิยมในหมู่ซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ในเวลาถัดมา (เช่น Chrome และ Safari)
ของ OOo ก็ทำบ้าง แต่ว่าไม่อยู่ด้านล่างให้กินที่ รวมเป็นส่วนหนึ่งของทูลบาร์มาตรฐานไปเลย
หน้าตาเรียบง่ายครับ มีช่องให้พิมพ์ และเลื่อนขึ้น-ลง เอาฟีเจอร์แค่นี้ก็พอ ถ้าอยากได้มากกว่านี้ค่อยเรียก Find & Replace dialog อันเก่าขึ้นมา
หน้าตาแบบเต็มๆ เป็นอย่างนี้
เค้ายังไม่บอกว่าจะเข้ามาใน OOo เวอร์ชันไหน แต่คาดว่าคงอีกไม่นาน
ที่มา - GullFOSS
Songbird โปรแกรมฟังเพลงลูกผสมเบราว์เซอร์ ใกล้ออกเวอร์ชัน 1.4.1 พร้อมปรับหน้าตาใหม่เล็กน้อย
ธีมใหม่นี้มีชื่อว่า Purple Rain (ชื่อเท่เกิ๊น) ไอเดียหลักไม่ต่างอะไรจากเดิมมาก (นั่นคือ "ลอก iTunes" ฮ่าๆ) แต่ในรายละเอียดก็ต่างไปพอสมควร
การเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ข้อ
การตัดสินใจเปลี่ยนนี้มีเหตุผลสนับสนุนในเชิงวิศวกรรมและพฤติกรรมมากมาย ผมคิดว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของ data-driven change ซึ่งเป็นสิ่งที่พึงกระทำ อ่านได้จาก Songbird Wiki
Ars Technica ปรับโฉมใหม่เป็นเวอร์ชัน 5.5
รายละเอียดอ่านได้จาก Ars Technica
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เอา thumbnail ของข่าวเด่นที่เคยอยู่ด้านบนของหน้าจอออกไป ทางทีมงาน Ars บอกว่าผู้ใช้สับสนว่ามันเป็น banner โดยเอา thumbnail ไปไว้ด้านบนของ sidebar ด้านขวาแทน
แนวทางนี้ส่วนทางกับ Engadget ที่ปรับโฉมใหม่อย่างชัดเจน นั่นคือ Ars ใหม่หน้าตาคล้าย Engadget อันเดิม ในขณะที่ Engadget ใหม่ก็คล้าย Ars รุ่นก่อนหน้านี้
การเปลี่ยนแปลงอย่างที่สองคือ Ars เพิ่ม "ข่าวสั้น" หรือ brief เข้ามา เป็นข่าวที่สรุปมาจากเว็บอื่นๆ สั้นๆ ง่ายๆ อ่านได้เร็ว ไม่ต้องลงรายละเอียดมาก ทำให้ตอนนี้ Ars มี content type ทั้งหมด 3 แบบ
เนื้อหาทั้งหมดจะถูกแสดงในหน้าแรกตามลำดับเวลา (reversed-chronology) ไม่แยกว่า ข่าวเต็มแสดงในหน้าแรก ส่วน journal ไม่แสดง เหมือนในเวอร์ชันก่อน แต่เปลี่ยนเป็นแยกแยะตัว tag แทน (คล้ายกับ journal ของเดิม) ดูได้จาก tab ส่วนบนของหน้าจอ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการ "back to basic" กลับสู่สามัญ มี single content stream แล้วปล่อยให้ content ไหลไปเรื่อยๆ เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน และมีเครื่องมือในการกรองข่าวคือ tag หรือ category ซึ่งจัดหมวดหมู่ตาม journal ของเดิม
เทียบกับกรณีของ Blognone ก็จะคล้ายๆ กันครับ คือมี single content stream อยู่ที่หน้าแรก (แยกหน้าด้วย pager) และสามารถ filter ได้ด้วย tag ซึ่งของ blognone จะเยอะกว่าของ Ars (จะคล้ายกับ tag ของ Engadget มากกว่า) แนวทางนี้ใช้กันในเว็บบล็อกอื่นๆ ด้วย เช่น TechCrunch
หมายเหตุ: Blognone จริงๆ แล้วมี content stream 2 อัน ถ้านับรวม upcoming ด้วย แต่ไม่ได้จับกลุ่มผู้ใช้ทั่วไปอยู่แล้ว มีแต่สมาชิกเท่านั้นที่เห็น ในทางปฎิบัติแล้วก็ถือว่ามี content stream แค่อันเดียว
ทางโครงการ Renaissance ได้ปล่อย screenshot แรกของ OOo Impress ที่ผ่านการปรับปรุง UI ใหม่แล้ว โดยชุดแรกเป็นแค่การปรับตำแหน่งของปุ่มต่างๆ (layout) ส่วนหน้าตา (style) ยังเหมือนเดิม เป็นการปรับที่ระดับการใช้งาน (usability) มากกว่าความสวยงาม
OOo Impress ในปัจจุบันประกอบด้วย 3 panes และ 5 views ในเวอร์ชันใหม่จะปรับลดความซับซ้อนของมันลงมาเหลือ 2 panes กับ 3 views ครับ
Panes
Views
OOo Impress โฉมใหม่ เหลือ 2 panes ซ้ายขวา สังเกตว่า Views จะถูกย้ายมาอยู่ใน pane ซ้าย มีช่องใส่ Notes เล็กๆ ด้านล่าง และของที่เคยอยู่ใน Task เช่น Slide Layout กลายมาเป็น context menu ในปุ่มบนทูลบาร์
ถัดมาคือ ทูลบาร์ Insert สำหรับแทรกวัตถุ กลายมาเป็นปุ่มเช่นกัน ข้อดีคือเพิ่มพื่นที่แสดงผลในแนวตั้ง ส่วนข้อเสียคือมันจะกดยากขึ้น?
โหมด Outline เปลี่ยนมาแสดงแทนที่ thumbnail ใน pane ซ้าย จากเดิมที่แสดงใน pane ขวา
โหมด Slide Sorter ไม่เปลี่ยนแปลง
ทาง OOo บอกว่าขั้นถัดไปจะไปปรับปรุงส่วน behavior ของโปรแกรมแล้ว เช่น object selection, object alignment, text alignment (พวกนี้เป็นสิ่งที่ OOo ทำได้ห่วยมากในสายตาผม ยิ่งถ้าเทียบกับ Keynote ฟ้ากับเหว หวังว่าคงจะรีบแก้ไขไวๆ)
ที่มา - GullFOSS
ผู้อ่านบล็อก Usably คงคุ้นเคยกับโครงการ Renaissance ของ OpenOffice ซึ่งเป็นการปรับ UI ใหม่ให้กับโปรแกรม Impress (ไปค้น Post เก่าๆ ดูกันเองนะครับ)
คำถามก็คือ เมื่อไรมันจะเสร็จ?
OOo ตอบมาแล้วว่า การปรับ UI จะค่อยๆ ทำแบบช้าๆ ไม่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน โดย UI ของ Impress จะเริ่มเปลี่ยนใน OOo 3.3 เป็นต้นไป ส่วนโปรแกรมอื่นๆ คงหลังจากนั้น
ที่มา - GullFOSS
เว็บไซต์ข่าว gadget ชื่อดังอย่าง Engadget ได้ยกเครื่องรูปโฉมใหม่หมดครับ รายละเอียดดูในบล็อกของ Engadget เอง
อันนี้ตัดมาเฉพาะครึ่งบน จะเห็นว่าส่วนบนสุดเป็นโฆษณา ตามมาด้วยโลโก้และ navbar ถัดมาคือ Big Headline ซึ่งมีประโยชน์ช่วยเน้นข่าวเด่นกันจะๆ และตามด้วย Top Stories ซึ่งเป็นข่าวเด่นระดับรองลงมา
ดีไซน์อันนี้ visual กว่าของเดิมมากครับ ธีมโดยรวมมีการตัดขอบเยอะขึ้น ใช้สีดำช่วยเยอะมาก (Engadget เดิมคือขาว+ฟ้าอ่อน สีมันจะดูจางๆ ซีดๆ) Read the rest of this entry »
ผมเพิ่งได้รับฟีเจอร์ Retweet จากทวิตเตอร์มาลองใช้เมื่อไม่นานนี้เองครับ เมื่อใช้ไปแล้วก็พบกับจุดไม่ชอบใจหลายอย่าง เลยเอามาบ่น (มาเล่า!) ให้ฟังกัน เผื่อว่า (1) จุดไม่พอใจดังกล่าวอาจจะมีวิธีทำให้หายไปได้ง่ายๆ แต่ผมไม่ทราบ (2) ดูว่าคนอื่นไม่ชอบใจอย่างเดียวกันหรือเปล่า และจะมีทางแก้ได้อย่างไรบ้าง
หลายๆ ท่านคงทราบแล้วว่าฟีเจอร์ Retweet นี้ เป็นฟีเจอร์ที่เกิดมาจากผู้ใช้อย่างแท้จริง กล่าวคือ คนทำทวิตเตอร์ไม่ได้ Code ฟังก์ชั่นใดๆ เพิ่มเลย เป็นวิธีใช้ทวิตเตอร์แบบที่ user-defined กันขึ้นมาเองว่า เออ ถ้าชอบทวีตไหน ก็ RT ตามด้วย @username ของคนนั้นนะ แล้วจะเพิ่มคอมเมนต์อะไรก็พิมพ์ต่อทีหลังไป (ซึ่งจริงๆ แล้ว ฟีเจอร์ Replies ในคราวแรกก็เป็นฟีเจอร์ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทวิตเตอร์เหมือนกัน แต่พอทวิตเตอร์เห็นว่าได้รับความนิยมจึงนำมาพัฒนาต่อเป็นหน้าแยกให้ดูง่าย)
ทีนี้พอการ Retweet ได้รับความนิยม, ทางบริษัททวิตเตอร์ (ชื่อบริษัทอะไรนะ! ผมไม่แน่ใจเพราะไม่มีใครเอ่ยชื่อบริษัทนี้มานานมาก มีแต่เรียกว่าบริษัทที่ทำทวิตเตอร์ๆ) ก็เลยได้โอกาสเปิดตัวฟีเจอร์ Retweet อย่างเป็นทางการออกมา ซึ่งหน้าตาก็จะเป็นตามแบบข้างล่างนี้
ทีนี้ปัญหาคือ วิธีใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวค่อนข้าง "ขัด" กับวิธีใช้แบบดั้งเดิมที่ user คิดกันขึ้นมาเองหลายอย่างเช่น
วันนี้กูเกิ้ลปล่อยของเล่นใหม่ออกมาในซีรีส์ Labs อีกแล้วครับ คือ Google Image Swirl นั่นเอง ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกเปรียบเทียบกับ Google WonderWheel ก็ได้ครับ กล่าวคือ เมื่อเราค้นหาภาพใดๆ ตัว Image Swirl จะจัดผลลัพธ์ออกเป็น 12 กลุ่มที่ต่างกัน และเมื่อเราคลิกที่แต่ละกลุ่ม ก็จะได้กราฟของรูปที่ใกล้เคียงกันออกมาครับ เอ๊ะ! ยิ่งอธิบายยิ่งงง คิดว่าดูรูปน่าจะเข้าใจกว่านะ
สมมติค้นหาคำว่า Chocolate จะได้ผลลัพธ์อย่างด้านบน
พอคลิกรูปที่เราสนใจ ก็จะมีรูปคล้ายๆ กันแสดงออกมาเพิ่มอีก
และสามารถคลิกต่อไปเรื่อยๆ ได้
เท่าที่ทดสอบดูตอนนี้คือยังสามารถค้นหาได้จำกัด (คำไหนที่ไม่มีในฐานข้อมูลจะบอกว่า Not Included in Demo) และผลลัพธ์ที่ได้ยังน้อยอยู่ แต่ก็น่าจับตามองว่าถ้าเอามาเชื่อมกับผลลัพธ์การค้นหาจริงๆ แล้ว จะทรงพลังอย่างแรงแค่ไหนครับ
(เห็นบอกว่าตอนนี้มีในฐานข้อมูลแค่ 200,000 รูปเอง)
อากู๋เค้าให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้ครับ "Image Swirl ใช้เทคโนโลยีที่เมื่อก่อนเราใช้กับฟีเจอร์ Similar Images (ค้นหารูปคล้าย) และ Picasa Face Recognition (แยกแยะใบหน้าได้) เพื่อที่จะจัดรูปภาพเป็นกลุ่มๆ และสร้างกราฟความสัมพันธ์ในแต่ละกลุ่มนั้น, Thumbnail ที่แสดงในหน้าแรกของผลลัพธ์การค้นหาเป็นตัวแทนถึงรูปภาพแต่ละกลุ่มที่มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งความคล้ายคลึงกันนี้ถูกตัดสินด้วยอัลกอริธึมที่บอกไปไงล่ะตะเอง"
ไปลองทรรศนาได้ด้วยสายตาท่านเองที่ http://image-swirl.googlelabs.com/ ครับผม
ข่าวบางส่วนแปลจาก Mashable ครับ