It’s all about user experience.
อ่าน บันทึกของคุณพัช ที่เปรียบเทียบการทำเว็บกับบ้านแล้วยังไม่โดนใจนัก แต่ด้วยสมาทานคำขวัญคุณมาร์ก "อยากได้ ทำเองเว้ย" จะไปบ่นก็ใช่ที่ กระผมจึงคิดว่า ควรเขียนบรรยายความคิดซักหน่อยดีกว่า
ผมมักจะเปรียบเทียบให้ลูกค้าหรือคนที่อยากทำเว็บฟังว่า การทำเว็บนั้น ก็เหมือนกับการสร้างบ้าน เพียงแต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายอาจจะถูกกว่า กระนั้น แบบแผนในการทำงานที่ควรคำนึงก็คือ
คนอยากมีเว็บ กลับไม่ค่อยอยากวางแผน คิดแต่ว่าเอาข้อมูลใส่ลงไป แล้วมันจะเป็นเว็บ เลยกลายเป็นว่า เค้าก็ทำไปเรื่อยๆ ทุบไปเรื่อยๆ รื้อท้ิง ทำใหม่ เปลี่ยนสี เปลี่ยนโฉม ทำ 2 ปีแล้วก็ยังไม่เสร็จ (ตัวอย่างนะ มีจริงหรือเปล่าไม่รู้ :P) ย้ายห้องนี้ไปไว้ห้องนั้น เดี๋ยวก็วางห้องด้านหน้าเป็นห้องประชุม (Forum) แล้วก็เปลี่ยนใจ จะเอาร้านขายของมาตั้ง (Catalog) คิดไปอีกที อยากจะเอาป้ายประชาสัมพันธ์บ้านอื่นมาแปะเต็มหน้า (Link) จนคนไม่รู้ว่าบ้านใครหว่า
เวลาทุบตึก เราอาจจะยอมรับได้ว่า มันมีค่าใช้จ่าย แต่พอรื้อเว็บ เรากลับรู้สึกว่า "เฮ้ย นิดเดียวน่า ช่วยหน่อยน่า" ซึ่งเมื่อไม่รู้ แน่นอนว่างานก็ย่อมไม่เสร็จโดยง่าย
แต่ผมไม่ได้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงนะ ตราบใดที่เราเห็นว่ามันตอบโจทย์ เช่น ขายของได้, ดึงดูดคนเข้ามาง่าย, แสดงสินค้าเด่นๆ ได้ดี ฯลฯ ก็ย่อมควรลงทุนเปลี่ยนเแปลงตามโอกาส เหมือนที่ลงทุนตกแต่งร้านกันได้เรื่อยๆ แต่หากการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นไปเพราะ "เห็นเว็บตัวเองแบบเดิมมา 1 เดือนแระ เบื่อ..." กระผมก็จะพยายามโน้มน้าวทันทีว่า "พี่เบื่อ คนอื่นเค้ายังไม่ทันเห็นเลยพี่"
ระหว่างชั้นต้องมีบันได, โต๊ะ เก้าอี้ ควรสูงเท่าไหร่, ห้องควรกว้างอย่างน้อยเท่าไหร่? ห้องน้ำควรอยู่ใกล้ลิฟท์ (จะได้เดินท่อได้ทีเดียว) ฯลฯ ซึ่งเรื่องพวกนี้ เราคุ้นชินจนไม่คิดว่าเป็นการ "ลอก"
แต่เว็บเป็นเรื่องใหม่ คนทั่วไปอาจไม่คิดว่า "คิดมาแล้ว/Best Practice" มันไม่ใช่การลอก เลยพาลเห็นว่า พอทำอะไรก็จะไปคล้ายเว็บนู้นเว็บนี้ไปหมด
เช่น ตำแหน่งโลโก้ในเว็บ ถามจริงๆ เถอะว่ามันจะวางได้กี่ที่เชียว, ตำแหน่งแถบเมนู หรือ Navigation มันก็มีที่ให้วางได้ไม่กี่ที่, ระยะระหว่างคอลัมภ์หรือกรอบ ก็ควรเท่าๆ กัน (ผมเพิ่งมาพบว่า 20px เป็นระยะที่กำลังงาม ซึ่งก็ใช้ใน 960.gs ด้วยน้า), Dropdown Menu มันก็มีเหมือนกันมหาศาล ฯลฯ
ซึ่งเมื่อเปลี่ยนจุดสนใจไปที่เนื้อหาแทน เว็บที่องค์ประกอบอะไรคล้ายๆ กัน ก็อาจกลายเป็นคนละเรื่องกันเลย
(ตัวอย่างหนึ่งที่ผมเห็นว่าขำดีก็คือ รถราคา 7 แสน กับราคา 7 ล้านนั้น อาจจะเหมือนกันมากกว่าเว็บ 2 เว็บที่ใช้ธีมเดียวกันเสียอีก)
ห้องแต่ละห้อง เปิดดูก็รู้ว่าเอาไว้ทำอะไร เผลอๆ ไม่ต้องเปิดประตู ยังรู้ว่าห้องอะไร!
แต่พอทำเว็บ เรากลับอยากให้ทุกอย่างอยู่ร่วมกัน อยากจะให้แผนผังเว็บเราไม่เหมือนใครในโลก มี Navigation สุดคูล สุดประหลาด และไปไม่ถูก, มี link ของทุกอย่าง อยู่ในทุกหน้า, มีป้ายโฆษณาเยอะจนไม่รู้ว่าหน้านั้นเอาไว้ทำอะไร
ซึ่งหากมันมีอยู่ไม่กี่เว็บในโลก คนก็อาจจะเดินดูเล่น จินตนาการเพลินๆ ได้ (ว่าหน้านี้เอาไว้ทำอะไรหว่า?) แต่เมื่อเว็บมันมีมหาศาล เมื่อเค้าหาของไม่เจอ เค้าก็ไม่อยู่ต่อแล้ว
น้อยมากที่จะเห็นคนทำบ้าน (โดยเฉพาะครั้งแรก) ชื่นชมผู้รับเหมา เพราะ "คนทั่วไปนั้นไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร" พอเห็นพื้นสีนี้สวย ก็เลือกมาใส่ เห็นวอลเปเปอร์อันนี้คูล ก็เอามาต่อ กลายเป็นมั่ว แต่ถ้าอยากจะจ้างสถาปนิกมาออกแบบ ก็เห็นว่าเรื่องง่ายๆ ตนเองก็ทำได้ ก็เลยทำให้การทำงานนั้นบานปลายเสมอ (แย่กว่านั้นคือ ถึงมีสถาปนิกออกแบบ ก็ยังไม่ชอบอยู่ดี ขอเปลี่ยนก๊าบ)
และผู้รับเหมาที่ไม่เจ๊งไปก่อนนั้น เมื่อเจอลูกค้าเปลี่ยน Requirement บ่อย ก็ต้องชิ่งไวเสมอ
ซึ่งก็เหมือนกับการจ้างคนทำเว็บ เมื่อผู้ว่าจ้างไม่รู้ว่ามันควรจะออกมาหน้าตาอย่างไร (และยิ่งถ้าคิดว่า ทำอะไรก็ลอก! ยิ่งไม่รู้จะออกมายังไง) ก็ทำให้ Requirement เปลี่ยนไปเรื่อยๆ และผลสุดท้าย ก็ ไม่มีใครทำเว็บได้ดั่งใจเลย
คนทำเว็บทุกคน ก็เลยแย่หมด
แต่ยังมีสิ่งที่แย่กว่า นั่นก็คือ คนจ้างทำเว็บ ไม่รู้ว่ามันมี "ผู้รับเหมาทำเว็บ" กับ "สถาปนิกทำเว็บ" และ "ผู้รับเหมาทำเว็บ" ทุกคน ดันนึกว่าตนเองเป็น "สถาปนิกทำเว็บ"
เพราะอย่างที่คุณประชา สุวีรานนท์ เคยกล่าวว่า วงการออกแบบนั้น เป็นพื้นที่ทับซ้อนของมือสมัครเล่นและมืออาชีพ เลยไม่รู้ว่าใครฝีมือขนาดไหน
ผู้ว่าจ้างก็ไม่รู้เรื่อง คนทำก็ไม่รู้เรื่อง สุดท้ายก็มีแต่รื้อใหม่ ทำใหม่กันไปเรื่อยๆ
เมื่อเห็นว่าการทำเว็บเหมือนสร้างบ้าน เราก็จะเริ่มเห็นแนวโน้มของ "บ้านสำเร็จรูป" / "เว็บสำเร็จรูป/CMS/Theme" กันมากขึ้น นั่นคือ การทำเว็บที่เร็ว ราคาถูก โดยแลกเปลี่ยนกับ "ความคล้ายๆ กัน" ของงานออกแบบ
ซึ่งก็คล้ายกับเสื้อผ้าสำเร็จรูป หรือสินค้าตามสั่งอื่นๆ คือ มันจะพัฒนาไปสุดทาง 2 แบบ ถ้าหากไม่สำเร็จรูปไปเลย (ง่าย, เร็ว, ถูก ฯลฯ) ก็ต้องมีเอกลักษณ์ไปเลย (เจาะจง, สวยงาม, สะท้อนตัวตนคนใส่, สะท้อนตัวตนคนออกแบบ ฯลฯ) ใครก็ตามที่อยู่กลางๆ ก็ย่อมอยู่ลำบากในอนาคต
คนซื้อบ้านต่างก็รู้ว่า เมื่อทำบ้านเสร็จ เค้าจะต้องดูแล ตัดหญ้า, เช็คจดหมาย, เปลี่ยนผ้าม่าน, หรืออาจต้องต่อเติมบางอย่าง เมื่อมีการใช้งานมากขึ้น
แต่คนทำเว็บ เมื่อเว็บเปิดแล้ว กลับไม่มีการดูแล อัพเดทข้อมูล เพิ่มเติมเนื้อหาต่างๆ ปล่อยให้เว็บที่อุตส่าห์สร้างกันมาเนิ่นนาน ทิ้งไว้จนไม่มีคนเข้า
แล้วท้ายที่สุด ก็ค่อยคิดว่า
20 Responses for "ทำเว็บเหมือนสร้างบ้าน"
ได้ข้อคิดมากครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับพี่ ^^
บ่นได้เป็นระบบมาก อิอิ ..
จริงๆ งานออกแบบเว็บ จะแตกต่างจากสื่ออื่นๆ
ตรงที่มันเป็น soft (เป็นละมุนภัณฑ์ -_-’)
ผมมองเว็บเป็นเหมือนสื่อโฆษณา 1 อย่าง (ยังไม่ต้องดูเรื่องความ interactive)
งานทำโฆษณา TV 1 ชิ้น มีเวลาออกอากาศ 15 วินาที และมูลค่างานราคาสูง
ลูกค้าจะมีความชัดเจนของสิ่งที่ต้องการ มากกว่าจะมาสุ่มสี่สุ่มห้าทำตามแต่ที่อยาก
แล้วแก้ไขไปเรื่อยๆ แต่ตรงนั้น ก็เพราะระบบงานที่จะมีการวางแผน และซักซ้อม
เพื่อ “แอบสอน” ลูกค้าให้เข้าใจเนื้องานไปด้วยพร้อมๆกัน
งานเว็บ มีทั้งเรื่องของ contents เรื่อง technic และเรื่อง design
และทุกเรื่อง ดันคาบเกี่ยวส่งผลกัน .. แต่ถ้าลูกค้ามีความ “ชัดเจน”
ในสิ่งที่ต้องการ เรื่อง technic กับ design ก็จะง่าย ก็จะเหลือการ
จัดการ contents ให้เหมาะสม (ส่วนมาก ลูกค้ามักจะนึก contents
ใหม่ๆ ที่ตัวเองต้องการได้ทีหลัง)
อาจจะเหมือนกับทุกวงการ .. ถ้าปราศจากความชัดเจน
ในความต้องการของลูกค้า .. งานนั้นๆก็ย่อมมีปัญหา
แม้ว่างานเว็บ นัยยะหนึ่งมันพร้อมจะถูกแก้ไขได้โดยไม่ยากนัก
(มีมูลค่าความสูญเสียน้อย เว้นแต่เวลาและจิตใจของผู้ออกแบบ)
แต่ความต้องการที่ชัดเจน ก็ย่อมดีกว่า .. แต่ปัญหาคือ
เราควรจะมีวิธีเตรียมลูกค้า ให้เป็นลูกค้าทีดีได้ยังง นั่นก็อีกเรื่อง ;P
ทวิตโปรโมตเรียบร้อย
เขียนได้ดีมากครับ
Two thumbs up!
สถาปนิกทำเว็บ มือใหม่ มาคารวะสถาปนิกมือโปร 1 จอก
ฮาๆ จากใจจริงเลยปล่าวนี้ บ่นได้เป็นระบบมาก ตามที่คนข้างบนบอกเลย
เห็นด้วยกับคุณ “lingjaidee” เรื่องการเตรียมลูกค้าให้เข้าใจระบบการทำงาน บทความคราวหน้า ขอเป็นเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ได้ไหม ว่าเราจะเตรียมตัวยังไงเพื่อจะเปลี่ยนลูกค้าเป็นลูกค้าชั้นดี
ผมเองเพิ่งเจอลูกค้าที่ดี ที่เข้าใจในตัวสถาปนิก(มือใหม่) เลยรู้สึกว่างานสนุกขึ้นอีกเยอะเลยครับ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ลูกค้าก็จู่ๆมานึกความต้องการเองทีหลังอย่างที่คุณ lingjaidee บอก
กำลังประสบปัญหาลูกค้าลืม requirement ตัวเอง
เขียนได้จ๊าบมาก !!
ขอบคุณครับผม ไม่โดนใจแต่ได้ประเด็นก็ยังดีครับ แหะแหะ
ถูกใจจังเลยครับ
การทำเว็บของตัวเองทำอย่างไรใครช่วยบอกหน่อย
@pingpong
ไปสมัครที่ wordpress.com หรือ exteen.com ครับ ง่ายสุด
ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ให้ค้นหาคำว่า “ทำเว็บ” ครับ
อ่านแล้วเห็นภาพ จากการที่ต้องทำงานมาทั้ง 2 ประเภท
เป็นมุมมองที่น่าฟัง และนำไปปรับปรุง
(ในส่วนที่คิดว่าเป็นจุดอ่อนคนจ้างและคนทำเป็นเช่นนี้หากจริง)
และอยากฟังมุมมองของ คนถูกมอง ว่ามองต่างอย่างไร
เผื่อได้มุมมอง ที่น่าฟัง และน่าคิดตาม ว่าเป็นจริง อย่างที่มอง (หรือไม่?)
+100
ก่อนรับงานอีกแบบ หลังรับงานก็เพิ่มฟีเจอร์เข้ามา ถ้าจะทิ้งงานก็กลัวเสียเครดิต จะทำต่อก็ไม่คุ้ม เครียดอย่างแรง
สรุปตอนนี้ก็ทำไปเรื่อยๆ -*-
ถ้าผมอยากทำ web ที่แสดงผลมากกว่า 960px ล่ะครับ แต่อยากให้ grid system เป็น base แบบนั้นจะทำอย่างไรดี
เขียนเปรียบเทียบได้เข้าใจง่ายมากครับ =)
ตามอ่านของคุณพัช แล้วก็มาอ่านที่นี่เพิ่มอีก ขอบคุณที่เขียนให้อ่านง่ายๆครับ
[...] ทำเว็บเหมือนสร้างบ้าน [...]
[...] ที่มา: Usuably.net [...]
Leave a reply