It’s all about user experience.
ผมเพิ่งได้รับฟีเจอร์ Retweet จากทวิตเตอร์มาลองใช้เมื่อไม่นานนี้เองครับ เมื่อใช้ไปแล้วก็พบกับจุดไม่ชอบใจหลายอย่าง เลยเอามาบ่น (มาเล่า!) ให้ฟังกัน เผื่อว่า (1) จุดไม่พอใจดังกล่าวอาจจะมีวิธีทำให้หายไปได้ง่ายๆ แต่ผมไม่ทราบ (2) ดูว่าคนอื่นไม่ชอบใจอย่างเดียวกันหรือเปล่า และจะมีทางแก้ได้อย่างไรบ้าง
หลายๆ ท่านคงทราบแล้วว่าฟีเจอร์ Retweet นี้ เป็นฟีเจอร์ที่เกิดมาจากผู้ใช้อย่างแท้จริง กล่าวคือ คนทำทวิตเตอร์ไม่ได้ Code ฟังก์ชั่นใดๆ เพิ่มเลย เป็นวิธีใช้ทวิตเตอร์แบบที่ user-defined กันขึ้นมาเองว่า เออ ถ้าชอบทวีตไหน ก็ RT ตามด้วย @username ของคนนั้นนะ แล้วจะเพิ่มคอมเมนต์อะไรก็พิมพ์ต่อทีหลังไป (ซึ่งจริงๆ แล้ว ฟีเจอร์ Replies ในคราวแรกก็เป็นฟีเจอร์ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทวิตเตอร์เหมือนกัน แต่พอทวิตเตอร์เห็นว่าได้รับความนิยมจึงนำมาพัฒนาต่อเป็นหน้าแยกให้ดูง่าย)
ทีนี้พอการ Retweet ได้รับความนิยม, ทางบริษัททวิตเตอร์ (ชื่อบริษัทอะไรนะ! ผมไม่แน่ใจเพราะไม่มีใครเอ่ยชื่อบริษัทนี้มานานมาก มีแต่เรียกว่าบริษัทที่ทำทวิตเตอร์ๆ) ก็เลยได้โอกาสเปิดตัวฟีเจอร์ Retweet อย่างเป็นทางการออกมา ซึ่งหน้าตาก็จะเป็นตามแบบข้างล่างนี้
ทีนี้ปัญหาคือ วิธีใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวค่อนข้าง "ขัด" กับวิธีใช้แบบดั้งเดิมที่ user คิดกันขึ้นมาเองหลายอย่างเช่น
ไม่สามารถเพิ่มความเห็นส่วนตัวได้ อันนี้แน่นอน เพราะว่าการรีทวีตแบบใหม่เป็นแค่การกดปุ่ม RT เท่านั้น ไม่สามารถพิมพ์ต่อได้ ทำให้จากฟีเจอร์ที่ "มีสีสัน" ที่สุดในทวิตเตอร์ กลายเป็นฟีเจอร์ที่ "จืด" ที่สุดไปสนิท
ข้อมูลไม่อยู่ในที่เดียวกัน เนื่องจากยังมีผู้ใช้ส่วนมากที่ใช้ธรรมเนียมเดิม (RT @..) อยู่ ทำให้เวลาจะดูว่าใครรีทวีตที่เราพูด ต้องดูหลายที่ เนื่องจาก..
ไม่แสดงคนที่รีทวีตข้อความของเราในหน้า Mention ซึ่งจริงๆ แล้วควรแสดงเพื่อที่จะได้ดูข้อความที่เราถูกรีทวีตได้ในหน้าเดียว (ดูตามรูป)
ยุ่งยากซับซ้อนเกินไป จะเห็นว่าในหน้า Retweet ถูกแบ่งเป็นสามหน้าย่อยคือ Retweets by Others, Retweet by You และ Your tweets, Retweeted (อันหลังสุดนี่ผูมเห็นว่าใช้คำได้แย่ม้าก! น่าจะมีคำที่ดีกว่านี้นะ) ดังนั้นการที่จะดูสิ่งที่เราถูกรีทวีตจะต้องคลิก 2 ครั้ง ตามภาพ (จากเดิมคลิก Mention ครั้งเดียวก็ได้แล้ว)
จะเห็นว่าการ Implement วิธีใช้งานบางอย่างที่ผู้ใช้ใช้กันแพร่หลายอยู่แล้วให้เป็นฟีเจอร์ทางการเป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่มีกฏ-กรอบใดๆ ที่วางไว้ล่วงหน้า (เช่นวิธีการ retweet ก็มีได้เป็นสิบๆ วิธี เช่น RT, Retweet, Via, วงเล็บ)
ผมเห็นว่าผู้พัฒนา UX ที่ดีควรจะ embrace สิ่งที่ผู้ใช้นิยมกันอยู่แล้วมากกว่าที่จะพลิกโฉมหน้าการใช้งานนั้นใหม่โดยสิ้นเชิง เนื่องจากจากผลลัพธ์ที่ได้ก็เห็นแล้วว่า เมื่อการใช้งานเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้ใช้จำนวนมากจะเกิดความไม่แน่ใจ ไม่อยากเปลี่ยนวิธีใช้ งง ฯลฯ อันนำมาสู่มาตรฐานที่แบ่งแยก (มาตรฐานแบบทางการ กับ มาตรฐานแบบประชานิยม) ดังที่เกิดกับฟีเจอร์ Retweet นี้ครับ.
7 Responses for "บ่นฟีเจอร์ Retweet"
ผิดกับผมเลยแฮะ คือผมชอบการ implement ด้วยวิธีนี้มากๆ ที่มีขัดใจก็แค่การเข้าไปดูข้อความ retweet ที่ต้องใช้ 2 คลิกน่ะแหละครับ
ลองอ่านที่ Evan Williams เค้าเขียนเหตุผลประกอบไว้ด้วยก็ดีครับ ว่าทำไมเค้าถึงทำออกมาเป็นแบบนี้ http://evhead.com/2009/11/why-retweet-works-way-it-does.html
อ่านด้วยความตั้งใจ
และเห็นด้วยค่ะ
เราเลิกใช้ฟังชั่นนี้ในทวิทเตอร์ไปแล้วเหมือนกัน
เห็นด้วยเลยครับ งงมาก
จากอะไรที่มันง่ายๆ กลายเป็นยากขึ้นซะงั้น
ผมกลับชอบฟังก์ชัน retweet อย่างเป็นทางการอันนี้พอสมควรนะครับ (นอกจากเรื่องว่า client ส่วนใหญ่ยังไม่รองรับ)
คือผมเห็นว่า ตัวหน้าที่ไว้ดูรีทวีตอาจจะซับซ้อนไปหน่อย และสามารถเรียงได้ดีกว่านี้ แต่ผมกลับมองว่า การแก้ไขไม่ได้ เป็นเรื่องที่ไม่เลวร้ายมาก อาจจะเพราะผมใช้การรีทวีตเพื่อ pass along values มากกว่าที่จะแสดงความเห็นเพิ่ม (และไม่ใช้แทน reply)
นอกจากนี้ ชื่อของคนที่เรารีทวีตจะไม่ถูกนับใน 140 ตัวอักษร ซึ่งปัจจุบันเป็นปัญหาว่า ทวีตไหนที่ยาวๆ อยู่แล้ว เวลารีทวีตก็จะต้องตัดหรือย่อลง หรือยิ่งรีทวีตซ้อนๆ กัน ก็ยิ่งยาวขึ้นเรื่อยๆ การมีฟังก์ชันนี้อย่างเป็นทางการแก้ไขได้พอสมควร
อีโปรแกรมที่ใช้อยู่ยังไม่รองรับความสามารถใหม่นี้
ดังนั้นข้าพเจ้าเลยยังไม่ซึ้งใจกับความเจ็บปวดของการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ผมก็ว่าอันใหม่น่าจะเป็นมาตรฐานดีกว่า เพราะการใส่ข้อความเพิ่มเติมหลัง RT ทำให้แยกลำบากว่าอันไหน RT มา อันไหนคนเขียนใส่เพิ่มเอง ถึงแม้จะใช้เครื่องหมายคั่นก็ตาม แต่แต่ละคนก็มีวิธีของตัวเองอีก
ผมชอบ retweet แบบมาตรฐานนี้มากกว่า เพราะ RT แบบของ user นั้น เวลา RT ซ้อนหลายชั้นจะแยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นความเห็นของใคร เป็นการ RT tweet ที่ใส่ความเห็นมาก่อนแล้ว หรือเป็นการ RT แบบเพิ่มความเห็นใหม่ ฯลฯ
ความจริงอยากสนับสนุนให้ใช้ In-Reply-To ใน client ต่าง ๆ ให้มาก เพื่อที่ Reply จะได้สามารถ track back ไปได้เอง ไม่ต้องอาศัยเกาะเกี่ยวไปกับ RT แบบที่เป็นอยู่ แต่ปัญหาคือ client ส่วนใหญ่ไม่รองรับ feature นี้
หรือถ้าทำเป็น thread view แบบ facebook ไปเลยก็ยิ่งดีใหญ่
Leave a reply