It’s all about user experience.

ผู้อ่านบล็อก Usably คงคุ้นเคยกับโครงการ Renaissance ของ OpenOffice ซึ่งเป็นการปรับ UI ใหม่ให้กับโปรแกรม Impress (ไปค้น Post เก่าๆ ดูกันเองนะครับ)

คำถามก็คือ เมื่อไรมันจะเสร็จ?

OOo ตอบมาแล้วว่า การปรับ UI จะค่อยๆ ทำแบบช้าๆ ไม่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน โดย UI ของ Impress จะเริ่มเปลี่ยนใน OOo 3.3 เป็นต้นไป ส่วนโปรแกรมอื่นๆ คงหลังจากนั้น

ที่มา - GullFOSS

Engadget โฉมใหม่

Nov 23, 2009 Author: mk | Filed under: Analyze

เว็บไซต์ข่าว gadget ชื่อดังอย่าง Engadget ได้ยกเครื่องรูปโฉมใหม่หมดครับ รายละเอียดดูในบล็อกของ Engadget เอง

engadget1

อันนี้ตัดมาเฉพาะครึ่งบน จะเห็นว่าส่วนบนสุดเป็นโฆษณา ตามมาด้วยโลโก้และ navbar ถัดมาคือ Big Headline ซึ่งมีประโยชน์ช่วยเน้นข่าวเด่นกันจะๆ และตามด้วย Top Stories ซึ่งเป็นข่าวเด่นระดับรองลงมา

ดีไซน์อันนี้ visual กว่าของเดิมมากครับ ธีมโดยรวมมีการตัดขอบเยอะขึ้น ใช้สีดำช่วยเยอะมาก (Engadget เดิมคือขาว+ฟ้าอ่อน สีมันจะดูจางๆ ซีดๆ) Read the rest of this entry »

บ่นฟีเจอร์ Retweet

Nov 20, 2009 Author: Champ | Filed under: Analyze

ผมเพิ่งได้รับฟีเจอร์ Retweet จากทวิตเตอร์มาลองใช้เมื่อไม่นานนี้เองครับ เมื่อใช้ไปแล้วก็พบกับจุดไม่ชอบใจหลายอย่าง เลยเอามาบ่น (มาเล่า!) ให้ฟังกัน เผื่อว่า (1) จุดไม่พอใจดังกล่าวอาจจะมีวิธีทำให้หายไปได้ง่ายๆ แต่ผมไม่ทราบ (2) ดูว่าคนอื่นไม่ชอบใจอย่างเดียวกันหรือเปล่า และจะมีทางแก้ได้อย่างไรบ้าง

หลายๆ ท่านคงทราบแล้วว่าฟีเจอร์ Retweet นี้ เป็นฟีเจอร์ที่เกิดมาจากผู้ใช้อย่างแท้จริง กล่าวคือ คนทำทวิตเตอร์ไม่ได้ Code ฟังก์ชั่นใดๆ เพิ่มเลย เป็นวิธีใช้ทวิตเตอร์แบบที่ user-defined กันขึ้นมาเองว่า เออ ถ้าชอบทวีตไหน ก็ RT ตามด้วย @username ของคนนั้นนะ แล้วจะเพิ่มคอมเมนต์อะไรก็พิมพ์ต่อทีหลังไป (ซึ่งจริงๆ แล้ว ฟีเจอร์ Replies ในคราวแรกก็เป็นฟีเจอร์ที่ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับทวิตเตอร์เหมือนกัน แต่พอทวิตเตอร์เห็นว่าได้รับความนิยมจึงนำมาพัฒนาต่อเป็นหน้าแยกให้ดูง่าย)

ทีนี้พอการ Retweet ได้รับความนิยม, ทางบริษัททวิตเตอร์ (ชื่อบริษัทอะไรนะ! ผมไม่แน่ใจเพราะไม่มีใครเอ่ยชื่อบริษัทนี้มานานมาก มีแต่เรียกว่าบริษัทที่ทำทวิตเตอร์ๆ) ก็เลยได้โอกาสเปิดตัวฟีเจอร์ Retweet อย่างเป็นทางการออกมา ซึ่งหน้าตาก็จะเป็นตามแบบข้างล่างนี้

rt3

ทีนี้ปัญหาคือ วิธีใช้ฟีเจอร์ดังกล่าวค่อนข้าง "ขัด" กับวิธีใช้แบบดั้งเดิมที่ user คิดกันขึ้นมาเองหลายอย่างเช่น

Read the rest of this entry »

วันนี้กูเกิ้ลปล่อยของเล่นใหม่ออกมาในซีรีส์ Labs อีกแล้วครับ คือ Google Image Swirl นั่นเอง  ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ลองนึกเปรียบเทียบกับ Google WonderWheel ก็ได้ครับ กล่าวคือ เมื่อเราค้นหาภาพใดๆ ตัว Image Swirl จะจัดผลลัพธ์ออกเป็น 12 กลุ่มที่ต่างกัน และเมื่อเราคลิกที่แต่ละกลุ่ม ก็จะได้กราฟของรูปที่ใกล้เคียงกันออกมาครับ เอ๊ะ! ยิ่งอธิบายยิ่งงง คิดว่าดูรูปน่าจะเข้าใจกว่านะ

s1

สมมติค้นหาคำว่า Chocolate จะได้ผลลัพธ์อย่างด้านบน

s2

พอคลิกรูปที่เราสนใจ ก็จะมีรูปคล้ายๆ กันแสดงออกมาเพิ่มอีก

s3

และสามารถคลิกต่อไปเรื่อยๆ ได้

เท่าที่ทดสอบดูตอนนี้คือยังสามารถค้นหาได้จำกัด (คำไหนที่ไม่มีในฐานข้อมูลจะบอกว่า Not Included in Demo) และผลลัพธ์ที่ได้ยังน้อยอยู่ แต่ก็น่าจับตามองว่าถ้าเอามาเชื่อมกับผลลัพธ์การค้นหาจริงๆ แล้ว จะทรงพลังอย่างแรงแค่ไหนครับ :-) (เห็นบอกว่าตอนนี้มีในฐานข้อมูลแค่ 200,000 รูปเอง)

อากู๋เค้าให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้ครับ "Image Swirl ใช้เทคโนโลยีที่เมื่อก่อนเราใช้กับฟีเจอร์ Similar Images (ค้นหารูปคล้าย) และ Picasa Face Recognition (แยกแยะใบหน้าได้) เพื่อที่จะจัดรูปภาพเป็นกลุ่มๆ และสร้างกราฟความสัมพันธ์ในแต่ละกลุ่มนั้น, Thumbnail ที่แสดงในหน้าแรกของผลลัพธ์การค้นหาเป็นตัวแทนถึงรูปภาพแต่ละกลุ่มที่มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งความคล้ายคลึงกันนี้ถูกตัดสินด้วยอัลกอริธึมที่บอกไปไงล่ะตะเอง"

ไปลองทรรศนาได้ด้วยสายตาท่านเองที่ http://image-swirl.googlelabs.com/ ครับผม

ข่าวบางส่วนแปลจาก Mashable ครับ

World Usability Day 2009

Nov 17, 2009 Author: mk | Filed under: Inspiration

อาทิตย์ที่แล้วได้รับเชิญจาก Usable Labs มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้ไปร่วมเสวนาในงาน World Usability Day 2009 ที่ มอ. หาดใหญ่มาครับ ไหนๆ เรามีเว็บ Usably (ที่ไม่ค่อยได้อัพเดต) กันอยู่แล้ว ก็เอาเรื่องมาเล่าตรงนี้ละกันจะได้มีความเคลื่อนไหวกันหน่อย

งาน World Usability Day เป็นแคมเปญที่คนสายงานด้าน usability ในโลกร่วมกันจัดขึ้นปีละครั้ง โดยเลือกวันพฤหัสบดีที่สองของเดือนพฤศจิกายนเป็นหลัก ที่ผ่านมาก็มี 43 ประเทศจัดงาน World Usability Day กันครับ (ดูแผนที่ประกอบ มันเยอะกว่าที่คิดมาก) ของเมืองไทยเองก็เป็นครั้งแรกที่จัดในคราวนี้ล่ะ

Read the rest of this entry »

Choose Your Own Adventure

Nov 12, 2009 Author: Champ | Filed under: Analyze

cyovisualize

ตอนเด็กๆ หลายๆ คน คงเคยอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ ประเภท "Choose Your Own Adventure" กันมาบ้างนะครับ ถ้าใครไม่เคยอ่านก็ให้นึกถึงหนังสือเรื่องผจญภัยทั่วไป แต่แทนที่จะอ่านรวดเดียวจากหน้าแรกถึงหน้าสุดท้ายจนจบ หนังสือประเภทนี้กลับมีทางเลือกตามจุดไคลแมกซ์ต่างๆ ให้เราสามารถผจญภัยในแบบของเราเองได้ อย่างเช่นว่า ถ้าเลือกที่จะช่วยเหลือคน ให้พลิกไปหน้า 120 หรือถ้าเลือกที่จะขโมยของคน ให้พลิกไปหน้า 130 เป็นต้น โดยทางเลือกแต่ละแบบก็จะส่งผลต่อตอนจบต่างๆ กันไป

ทีนี้มีงานวิจัย (ไม่ถึงขนาดงาน "วิจัย" หรอกมั้งครับ) ที่เค้า analyze แบบแผนและโครงสร้างของหนังสือประเภทนี้ออกมาเป็น Infographic งามๆ อ่านเพลิน เลยเอามาลงเผื่อใครสนใจครับ :-D

ตามลิงค์นี้ครับผม CYOA

OS Design History 1981-2009

Nov 12, 2009 Author: Champ | Filed under: Inspiration

จริงๆ ลิงค์เก่าแล้วหละครับ แต่ผมเพิ่งไปเจอมา น่าศึกษาทีเดียวนะ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจาก Win 98 -> XP และการเริ่มต้นของ OS X

os

ตามลิงค์โลด!

10 Useful Usability Findings and Guidelines

Sep 27, 2009 Author: mk | Filed under: Analyze

10 Useful Usability Findings and Guidelines จาก Smashing Magazine รวมหลัก 10 ข้อด้าน usability ที่ได้จากการวิจัย มีเหตุผลหลักฐานรองรับ

แปะแค่ลิงก์พอ ให้รู้ว่าบล็อกนี้ขี้เกียจ ใครขยันก็ตามไปอ่านกันเอง

ODF Icons

Sep 27, 2009 Author: mk | Filed under: Scraps

ไอคอนใหม่สำหรับไฟล์เอกสารของ OpenOffice (OpenDocument หรือ ODF) จะเริ่มใช้ใน OpenOffice 3.2 เป็นต้นไป เหตุผลคือสร้างแบรนด์ของ ODF และความสม่ำเสมอในการใช้ไอคอนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

odf-icon

จาก GullFOSS

GNOME Shell

Sep 25, 2009 Author: mk | Filed under: Scraps

เคยคิดไหมครับว่าถ้าไม่มี Taskbar แล้วเราจะอยู่กันได้ยังไง?

ระบบเดสก์ท็อปในปัจจุบันนี้ เราใช้แนวคิด Taskbar คอยสลับงาน (switching task) กับเรียกโปรแกรม (launching app) ไม่ว่าจะเป็นลินุกซ์ วินโดวส์ หรือแมค แนวคิดนี้ถูกสร้างขึ้นมาสมัยที่โปรแกรมยังน้อยๆ ไฟล์ยังไม่เยอะ ซึ่งปัจจุบันพอเราเข้าสู่โลกของ social network มีทั้ง desktop app/web app ปนกันมั่วไปหมด มันก็เริ่มจะรับไม่ไหว

ระยะหลังๆ เลยมีคนลองประดิษฐ์วิธีการจัดการ "งาน" แบบอื่นที่ไม่ใช่ Taskbar บ้าง

GNOME Shell เป็นการ "ทดลอง" สร้าง shell ของเดสก์ท็อปแบบใหม่ที่ไม่ใช้แนวคิดแบบ taskbar แต่เปลี่ยนเป็น "แผ่นงาน" (overlay) ขึ้นมาสำหรับทำงานทั้งสองอย่างข้างต้น

gnomeshell

gnome-shell2

หลักการทำงานของมันก็คือเปลี่ยน taskbar จาก "แถบ" เป็น "แผ่น" นั่นเอง ข้อดีย่อมเป็นพื้นที่ทำงานที่มีมากกว่า แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน ที่เห็นชัดๆ คือต้องกดเปิด "แผ่นงาน" ขึ้นมาแสดงก่อนแล้วค่อยทำงานต่างๆ ก็ต้องดูกันต่อไปครับว่าจะใช้งานดีแย่แค่ไหน

รายละเอียดอ่านใน GNOME Shell แนะนำให้ดู screencast ประกอบ

GNOME Shell น่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ GNOME ประมาณรุ่น 2.30 หรือ 2.32

Categories